คุณรู้ไหมว่าวัยรุ่นจีนวัย 18-28 ปี ร้อยละ 78 มักบอกว่าหัวใจของพวกเขารู้สึกเหนื่อยล้า?
วลีนี้ได้กลายมาเป็นวลีเด็ดในหมู่คนรุ่นใหม่ ซึ่งแสดงถึงความทุกข์ ปัญหาในการทำงาน หรือความสัมพันธ์ ชีวิตดูไม่มีความสมหวัง งานล้นมือ และความสัมพันธ์ไม่เป็นไปด้วยดี
แม้ว่าอาการ "หัวใจอ่อนล้า" อาจฟังดูเหมือนอาการบ่นทางอารมณ์ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนจากหัวใจของคุณได้เช่นกัน การเพิกเฉยต่อสัญญาณเหล่านี้อาจนำไปสู่ความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ร้ายแรง ต่อไปนี้คือพฤติกรรมทั่วไป 3 ประการที่อาจส่งผลเสียต่อหัวใจของคุณ และคุณอาจทำสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน
การนอนดึกเป็นพฤติกรรมที่แพร่หลายในหมู่คนหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมมือถือจนถึงรุ่งสาง การดูรายการทีวีรวดเดียว หรือการทำงานดึกดื่นภายใต้ตารางงาน "996" พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้หัวใจของคุณทำงานหนักเกินไป
ผลกระทบ: การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้หัวใจของคุณต้องทำงานหนักขึ้น ทำให้มีเวลาฟื้นตัวน้อยลง เมื่อเวลาผ่านไป อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น หัวใจเต้นแรง เจ็บหน้าอก และอ่อนล้าอย่างมาก คนอายุ 30 ปีอาจมีสุขภาพหัวใจที่ดีเท่ากับคนอายุ 60 ปี
สิ่งที่ต้องทำ:
กำหนดเวลาเข้านอนให้เป็นเวลาและพยายามนอนหลับอย่างมีคุณภาพ 7-8 ชั่วโมง
ลดเวลาหน้าจอก่อนนอนเพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณผ่อนคลายและเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อน
อาหารจานด่วน ขนมขบเคี้ยว และอาหารมันๆ ไขมันสูงอาจสะดวกสบาย แต่ส่งผลเสียต่อหัวใจของคุณ อาหารเหล่านี้สะสมน้ำมันจำนวนมากในหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและแคบลง พฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น การสูบบุหรี่หลังอาหารจะยิ่งส่งผลเสียต่อหัวใจของคุณ ทำให้หัวใจของคุณสัมผัสกับสารพิษ
ผลกระทบ: พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน คอเลสเตอรอลสูง และความดันโลหิตสูง ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักและทำงานหนักเกินไป การขาดการออกกำลังกายจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงเท่านั้น การขึ้นบันไดทำให้คุณหายใจไม่ออกและหัวใจเต้นเร็ว
สิ่งที่ต้องทำ:
จำกัดการรับประทานอาหารจานด่วนและขนมขบเคี้ยวแปรรูป เน้นที่การรับประทานอาหารที่สมดุลด้วยผลไม้สด ผักธัญพืชไม่ขัดสีและถั่ว
ออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน เช่น การจ็อกกิ้ง ว่ายน้ำ โยคะ หรือไทเก๊ก
ความเครียดทางอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นจากงานมากเกินไป แรงกดดันจากการเรียน หรือความหงุดหงิดในชีวิตประจำวัน ล้วนส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อสุขภาพหัวใจ อารมณ์เชิงลบ เช่น ความวิตกกังวลและความโกรธ กระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของคุณได้ในระยะยาว
ผลกระทบ:
อาการต่างๆ เช่น เวียนศีรษะ หัวใจเต้นแรง และอาจถึงขั้นเป็นลมได้อาจเกิดขึ้นภายใต้ความเครียดเป็นเวลานาน ในกรณีที่รุนแรง หัวใจทำงานหนักเกินไปอาจต้องเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ฉุกเฉิน
สิ่งที่ต้องทำ:
ฝึกเทคนิคการฝึกสติ เช่น การทำสมาธิ เขียนไดอารี่ หรือฟังเพลงที่ช่วยให้สงบ เพื่อจัดการกับความเครียด
พูดคุยกับเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่ไว้ใจได้เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้
พักเป็นระยะๆ การเดินทางแบบไม่ทันตั้งตัวหรือแม้แต่วันหยุดก็สามารถส่งผลดีอย่างน่าอัศจรรย์ต่อสุขภาพจิตและร่างกายของคุณได้
หัวใจของคุณไม่ใช่แค่เครื่องสูบฉีดเลือดเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของสุขภาพโดยรวมของคุณอีกด้วย เมื่อหัวใจของคุณ "รู้สึกเหนื่อยล้า" แสดงว่าไลฟ์สไตล์ของคุณต้องการการเปลี่ยนแปลงใหม่ ให้หัวใจของคุณได้พักผ่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ แต่ได้ผลเหล่านี้:
งีบหลับสัก 30 นาทีในตอนเที่ยงเพื่อชาร์จพลัง
เปลี่ยนอาหารขยะด้วยอาหารที่เป็นมิตรต่อหัวใจ เช่น ผลไม้ ผัก และถั่ว
เคลื่อนไหวร่างกายและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพอประมาณ
จัดการกับความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การเขียนหรือสนทนาอย่างมีสาระ
หัวใจของคุณต้องการการดูแล รักษาหัวใจให้ดี แล้วหัวใจจะเต้นแรงเพื่อคุณต่อไป ดังสุภาษิตที่ว่า “หากดูแลหัวใจอย่างดี หัวใจก็จะแข็งแรงและผ่อนคลาย”