เทนนิส ซึ่งเป็นกีฬาที่คนนับล้านทั่วโลกชื่นชอบ เป็นเกมที่อาศัยทักษะ กลยุทธ์ และความแม่นยำ
แม้ว่ามันอาจจะซับซ้อนในตอนแรก แต่กฎหลักนั้นตรงไปตรงมา
สนามเทนนิสเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาว 78 ฟุต (23.77 เมตร) สำหรับการแข่งขันประเภทเดี่ยว สนามจะมีความกว้าง 27 ฟุต (8.23 เมตร) ในขณะที่การแข่งขันประเภทคู่จะใช้พื้นที่กว้างกว่า 36 ฟุต (10.97 เมตร) สนามจะถูกแบ่งครึ่งด้วยตาข่ายที่มีความสูงตรงกลาง 3.5 ฟุต (1.07 เมตร)
คะแนน: คะแนนจะถูกนับดังนี้:
◦ 0 คะแนน = ความรัก(ศูนย์)
◦ 1 คะแนน = 15
◦ 2 คะแนน = 30
◦ 3 คะแนน = 40
4 แต้ม = เกม (เพื่อชนะเกม ผู้เล่นจะต้องชนะให้ได้ทั้งหมด 4 แต้ม อย่างไรก็ตาม ต้องมีแต้มนำเหนือคู่ต่อสู้อย่างน้อย 2 แต้ม)
Deuce: หากผู้เล่นทั้งสองคนมีแต้มถึง 40 แต้ม เรียกว่า "Deuce" จากคำว่า Deuce ผู้เล่นจะต้องชนะ 2 แต้มติดต่อกันจึงจะชนะเกมได้
เกมและเซ็ต: ในการชนะเกม ผู้เล่นจะต้องชนะสี่แต้มและนำหน้าอย่างน้อยสองแต้ม การชนะหกเกมถือเป็นเซ็ต แต่ผู้เล่นจะต้องนำหน้าอย่างน้อยสองเกมด้วย ดีที่สุดในสามหรือห้าชุด
เกมเริ่มต้นด้วยผู้เล่นคนหนึ่งที่เสิร์ฟบอลจากด้านหลังเส้นหลัง ผู้เสิร์ฟจะต้องลงสู่ช่องเสิร์ฟที่ถูกต้องอีกด้านหนึ่งของตาข่าย ผู้เล่นผลัดกันเสิร์ฟในแต่ละเกม ผู้เล่นจะได้รับโอกาสสองครั้งในการเสิร์ฟบอลเข้าเขตที่ถูกต้อง หากพลาดทั้งคู่ จะเรียกว่า "double fault" และแต้มจะตกเป็นของคู่ต่อสู้
ผู้เล่นจะต้องตีลูกบอลข้ามตาข่ายเข้าไปยังสนามฝั่งของฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นไม่สามารถสัมผัสตาข่ายหรือใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนอกเหนือจากไม้เทนนิสเพื่อตีลูกได้ ถ้าลูกบอลถูกตีออกนอกขอบเขตหรือเข้าไปในตาข่าย จะถือว่าเสียแต้ม "ให้" เกิดขึ้นเมื่อเสิร์ฟกระทบตาข่ายแต่ยังคงตกลงในช่องเสิร์ฟที่ถูกต้อง ในกรณีนี้ จะเล่นซ้ำ
การแข่งขันเทนนิสได้รับการจัดการโดยเจ้าหน้าที่ รวมทั้งผู้ตัดสินที่เป็นประธานและผู้ตัดสินตามเส้น ผู้เล่นจะต้องเคารพการตัดสินใจเหล่านี้และไม่สามารถโต้เถียงกับผู้ตัดสินได้
กฎของเทนนิสช่วยสร้างเกมที่ยุติธรรมและแข่งขันได้ การรู้กฎพื้นฐานเหล่านี้จะทำให้เกมสนุกยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะเล่นหรือรับชมก็ตาม