การเดินขบวนคบเพลิงโอลิมปิกมีประวัติที่น่าสนใจและเป็นส่วนสำคัญของพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกทุกครั้ง มันเริ่มต้นจากการจุดคบเพลิงที่เมืองโอลิมเปียในกรีซและเดินทางผ่านหลายประเทศไปยังเมืองเจ้าภาพของการแข่งขัน เพื่อสื่อถึงการเชื่อมโยงและการส่งต่อของเปลวไฟแห่งการกีฬา


ประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเดินขบวนคบเพลิง


การเดินขบวนคบเพลิงโอลิมปิกเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ที่กรุงเบอร์ลินในปี 1936 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโบราณในกรีซ ซึ่งมีการใช้คบเพลิงเป็นสัญลักษณ์ของความสงบและการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ


ไฮไลท์สำคัญของการเดินขบวนคบเพลิง


การเริ่มต้น: คบเพลิงถูกจุดที่เมืองโอลิมเปียในกรีซ และการเดินขบวนจะเริ่มต้นจากที่นั่นเพื่อเดินทางไปยังเมืองเจ้าภาพ


เส้นทาง: การเดินขบวนคบเพลิงจะผ่านหลายประเทศและเมืองที่สำคัญก่อนถึงเมืองเจ้าภาพ


พิธีเปิด: คบเพลิงจะถูกนำเข้าสู่สนามกีฬาในพิธีเปิดของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก


เปิดเส้นทาง การเดินคบเพลิง “ปารีสเกมส์ โอลิมปิก 2024”


พิธีอันเชิญไฟและจุดคบเพลิงในมหกรรมโอลิมปิกถือเป็นพิธีที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่ โดยเป็นการเฉลิมฉลองสำหรับนักกีฬาและมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ไฟคบเพลิงจะถูกจุดขึ้นที่วิหารเฮราในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโบราณ พิธีนี้จัดขึ้นตามประเพณีในวันอังคารที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา และเป็นการนับถอยหลังไปยังเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือนข้างหน้า


ในช่วงเวลา 11 วันที่ผ่านมา ไฟคบเพลิงโอลิมปิกได้ถูกส่งต่อผ่านมือนักกีฬาโอลิมปิกจากหลากหลายท้องที่ในประเทศกรีซ จนกระทั่งถึงวันศุกร์ที่ 26 เมษายน ไฟคบเพลิงได้มาถึงจุดหมายสุดท้ายที่สนามกีฬาพานาธิเนอิกในเมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ ที่ซึ่งนักกีฬาได้ส่งต่อไฟคบเพลิงไปยัง สไปรอส คาปราลอส หนึ่งในสมาชิกของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งกรีก ก่อนที่จะส่งต่อให้กับ โทนี เอสแตนเก็ต (Tony Estankett) นักพายเรือแคนูชาวฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในคณะกรรมการจัดการแข่งขันปารีส เกมส์ 2024 เพื่อรับช่วงต่อในการนำคบเพลิงไปยังประเทศเจ้าภาพ


ในวันเสาร์ที่ 27 เมษายน ไฟคบเพลิงโอลิมปิกได้รับการนำขึ้นเรือสำเภาเดินทางจากเมืองพีเรอัสในแคว้นอัตติกะ ประเทศกรีซ มุ่งหน้าไปยังท่าเรือในเมืองมาร์กเซย ประเทศฝรั่งเศส โดยคาดว่าการเดินทางจะถึงปลายทางภายในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เมื่อไฟคบเพลิงถึงประเทศฝรั่งเศส จะมีนักวิ่งคบเพลิงประมาณ 10,000 คนร่วมวิ่งคบเพลิงตลอดระยะเวลา 69 วัน เส้นทางวิ่งจะผ่านเมืองต่างๆ กว่า 450 เมืองใน 65 ภูมิภาคของฝรั่งเศส รวมทั้งไฟคบเพลิงจะถูกนำไปยังดินแดนโพ้นทะเล 6 แห่ง ได้แก่ กวาเดอลูป, เฟรนช์เกียนา, มาร์ตีนีก, เฟรนช์โปลินีเซีย, เรอูนียง และนิวแคลิโดเนีย


เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ไฟคบเพลิงจะเดินทางจากเมืองมาร์กเซยไปยังเมืองแบร็สต์ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดฟีนิสแตร์ของแคว้นเบรอตาญ ในฝรั่งเศส หลังจากนั้นในวันที่ 7 มิถุนายน ไฟคบเพลิงจะเริ่มต้นเดินทางไปยังหมู่เกาะต่างๆ ที่เคยเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส และในวันที่ 9 มิถุนายน ไฟคบเพลิงจะเดินทางไปยังเมืองกุยยาน ซึ่งเป็นจังหวัดโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนชายฝั่งทางเหนือของทวีปอเมริกาใต้


ในวันที่ 17 มิถุนายน ไฟคบเพลิงจะเดินทางไปยังเกาะมาร์ตีนิก ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของทะเลแคริบเบียน จากนั้นไฟคบเพลิงจะถูกนำกลับมาวิ่งภายในเมืองต่างๆ ในประเทศฝรั่งเศสอีกครั้ง โดยเริ่มจากจังหวัดอัลป์-มารีตีมส์ในวันที่ 18 มิถุนายน ต่อไปจะผ่านเมืองต่างๆ เช่น แซงต์-เอเตียน, สตาร์บูร์ก, เมตช์, แร็งส์, ลีลล์, อาเมียงส์, เลอ อาฟร์, โอแซร์, ดิฌง และทรัวส์ จนถึงจังหวัดแอน ซึ่งตั้งอยู่ในแคว้นโอดฟร็องส์


ในวันที่ 17 กรกฎาคม ไฟคบเพลิงจะเริ่มต้นเดินทางจากเมืองต่างๆ สู่แคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ ซึ่งล้อมรอบกรุงปารีส โดยในวันที่ 18 กรกฎาคม ไฟคบเพลิงจะมาถึงแคว้นนี้ และในวันที่ 25 กรกฎาคม ไฟคบเพลิงจะเดินทางไปยังแซ็ง-เดอนี ซึ่งเป็นเทศบาลในเขตชานเมืองตอนเหนือของกรุงปารีส โดยตั้งอยู่ห่างจากศูนย์กลางกรุงปารีสประมาณ 9.4 กิโลเมตร จากนั้นในวันที่ 26 กรกฎาคม ไฟคบเพลิงจะเข้าสู่กรุงปารีส เพื่อร่วมในพิธีเปิดการแข่งขัน